“มุ่งพัฒนาคุณภาพบริการ ทำงานเป็นทีม ยึดหลักคุณธรรม นำองค์กรสู่ความเป็นเลิศ”

 

วิวัฒนาการจากอดีต สู่ ปัจจุบันของสถาบันราชานุกูล

วิวัฒนาการใน ๕  ทศวรรษของสถาบันราชานุกูล
จากอดีต...ถึงปัจจุบัน...
แต่เดิมก่อนก่อตั้งโรงพยาบาลราชานุกูลนั้น  ผู้ที่มีสติปัญญาบกพร่องส่วนมากจะถูกปล่อยปละละเลยให้อยู่กับบ้าน  มีเพียงส่วนน้อยเท่านั้นที่มีโอกาสได้เข้ารับการบำบัดรักษาตามโรงพยาบาลจิตเวชทั่วไป  บุคคลเหล่านี้มักจะถูกมองว่าเป็นปัญหาทางสังคม เพราะรับผิดชอบตนเองไม่ได้ต้องเป็นภาระของครอบครัว โดยเฉพาะบิดา มารดา และญาติ พี่น้องที่จะต้องอุทิศเวลาในการดูแลเป็นพิเศษไม่มีเวลาออกทำมาหาเลี้ยงชีพ  ซึ่งมีผลกระทบต่อสังคม  และเศรษฐกิจของประเทศ  จึงเป็นภาระที่สังคมจะต้องให้ความช่วยเหลือ  และเป็นหาทางสาธารณสุขที่สมควรจะได้รับการแก้ไข  โดยหาทางป้องกัน  บำบัดรักษา เพื่อลดจำนวนให้น้อยลง  และแก้ไขฟื้นฟูสมรรถภาพให้เขาสามารถช่วยเหลือตนเองได้  เป็นประโยชน์ต่อสังคมและชุมชนต่อไป  ด้วยเหตุนี้เองจึงได้มีการดำเนินการจัดสร้างโรงพยาบาลปัญญาอ่อน ขึ้นเมื่อ พ.ศ.๒๕๐๓  นับว่าเป็นโรงพยาบาลพิเศษเฉพาะ ผู้ที่มีสติปัญญาบกพร่องแห่งแรกในประเทศไทย
 
“ราชาเป็นผู้อุปถัมภ์ค้ำชู”
 
สถาบันราชานุกูล ซึ่งเดิมมีชื่อว่า โรงพยาบาลปัญญาอ่อนนั้น  เป็นโรงพยาบาลพิเศษเฉพาะที่ตั้งขึ้น เพื่อให้บริการด้านบำบัดรักษาแก่ผู้ที่มีภาวะบกพร่องทางสติปัญญาแห่งแรกในประเทศไทย โดยมีพิธีรับมอบเมื่อวันที่ ๑๖มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๐๓
ต่อมาทางโรงพยาบาลได้จัดบริการด้านการฝึกอบรม โดยเริ่มมีห้องเรียนในปีแรกเพียงห้องเดียว กั้นแบ่งออกจากตึกนอนของคนไข้ส่วนหนึ่ง นำมาใช้บริการนี้และมีพยาบาลช่วยกันสอนในระยะแรก เนื่องจากยังไม่มีตำแหน่งครู หลักการสอนในชั้นเรียนก็เพียงเพื่อตรึงนักเรียนให้รู้จักสิ่งรอบๆ ตัวเองและให้มีกิจกรรมทำเท่านั้น  อีก ๒ ปี ต่อมาโรงเรียนขยายเป็น ๓ ห้องเรียน ซึ่งขณะนั้นเริ่มมีครูอาชีวะ และครู ป.กศ. เข้ามาร่วมสอนแต่บางห้องก็ยังใช้พยาบาลช่วยทำการสอนอยู่  จนในปี ๒๕๐๖ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ ๙ ทรงพระกรุณาพระราชทานเงินรายได้จากการฉายภาพยนตร์ส่วนพระองค์ ชุดเสด็จฯเยือนประเทศมาเลเซีย ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์  เพื่อสร้างโรงเรียนสอนเด็กที่มีภาวะบกพร่องทางสติปัญญาขึ้น ให้รู้จักช่วยเหลือตนเองในชีวิตประจำวัน สามารถปรับตัวและเรียนรู้การอยู่ร่วมในสังคมได้อย่างปกติสุข รวมถึงการสอนวิชาชีพให้ตามความถนัดของเด็กที่สามารถจะเรียนรู้ได้ นับเป็นต้นแบบโรงเรียนการศึกษาพิเศษแห่งแรกในประเทศไทย และพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานนามว่า  “โรงเรียนราชานุกูล”   โดยมีห้องเรียน ๑๐ ห้อง  มีรูปแบบอาคารที่เป็นสถาปัตยกรรมไทยร่วมสมัย และต่อมาจึงได้งบประมาณพัฒนาสร้างอาคารเรียนเพิ่มขึ้นอีก ๑ หลัง  ทำให้การเรียนการสอนสมบูรณ์ขึ้น ตั้งแต่นั้นมากิจการของโรงเรียนได้ก้าวหน้าเป็นอย่างมาก เป็นแหล่งศึกษาดูงานของนิสิตนักศึกษา แพทย์ พยาบาลและครู 
 
ในเวลาต่อมา...โรงพยาบาลปัญญาอ่อนจึงได้ขอพระราชทานพระบรมราชานุญาตใช้ชื่อ   
“โรงพยาบาลราชานุกูล” เช่นเดียวกับชื่อของโรงเรียน ซึ่งได้มีพระบรมราชานุญาต เมื่อวันที่  ๒๒ เมษายน พ.ศ. ๒๕๒๒  นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณอย่างยิ่ง นำมาซึ่งความปลาบปลื้มต่อผู้ป่วย และญาติพี่น้อง ตลอดจนบุคลากรของโรงพยาบาลฯ โดยทั่วหน้า   

ยุคที่ ๑ :  โรงพยาบาลปัญญาอ่อน (พ.ศ.๒๕๐๓-๒๕๒๒)

 
โครงการ “โรงพยาบาลปัญญาอ่อน” ถือเป็นโครงการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติโครงการหนึ่งในแผนพัฒนาสาธารณสุขแห่งชาติฉบับที่ ๑  ของกองโรงพยาบาลโรคจิต  กรมการแพทย์  กระทรวงสาธารณสุขแห่งชาติ  การก่อสร้างโรงพยาบาลปัญญาอ่อนได้เริ่มดำเนินการขึ้นในปี พ.ศ.๒๕๐๒ โดยใช้เนื้อที่ ๒๖ ไร่เศษของโรงพยาบาลโรคติดต่อของกรมอนามัย  ต่อมากรมการแพทย์ได้เจรจากับเทศบาลนครกรุงเทพขอยืมที่บริเวณทิ้งขยะของเทศบาลๆ ซึ่งอยู่ด้านหลังติดกับโรงพยาบาลปัญญาอ่อนขณะนั้นส่งผลให้มีพื้นที่เพิ่มขึ้นอีก ๖ ไร่  รวมเป็น ๓๒ ไร่ สาเหตุเนื่องมาจากในปีพ.ศ.๒๕๐๐ ได้เกิดอหิวาตกโรคระบาดขึ้น โรงพยาบาลโรคติดต่อซึ่งรับรักษาคนไข้อหิวาตกโรค ปัจจุบันคือ โรงพยาบาลบำราศนราดูร กรมอนามัย มีสถานที่ตั้งอยู่ถนนดินแดง เป็นที่ลุ่มน้ำเจิ่งแม้ในหน้าแล้ง  ตั้งอยู่ในชุมชนแออัด  มีประชากรหนาแน่น  ไม่เหมาะที่จะเป็นสถานที่โรงพยาบาลโรคติดต่อ  จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์  นายกรัฐมนตรีในขณะนั้นเห็นสภาพดังกล่าว  จึงมีคำสั่งให้ย้ายโรงพยาบาลโรคติดต่อ กระทรวงสาธารณสุขได้ดำเนินการแลกเปลี่ยนสถานที่ก่อสร้างโรงพยาบาลปัญญาอ่อนซึ่งเป็นพื้นที่ของโรงพยาบาลศรีธัญญาให้เป็นที่ตั้งของโรงพยาบาลโรคติดต่อแทน  และก่อสร้างโรงพยาบาลปัญญาอ่อน ณ ถนนดินแดง พญาไท  ซึ่งเป็นสถานที่ตั้งของโรงพยาบาลโรคติดต่อเดิม  
            เกี่ยวกับการตั้งชื่อโรงพยาบาลนั้น ศาสตราจารย์นายแพทย์ฝน แสงสิงแก้ว ขณะที่ดำรงตำแหน่ง 
รองอธิบดีกรมการแพทย์ และท่านเป็นผู้ริเริ่มโครงการจัดตั้งโรงพยาบาลสำหรับบุคคลปัญญาอ่อน  โดยไม่
ต้องใช้ศัพท์สันสกฤตหรือบาลีให้ต้องแปลกันทุกคนเห็นดีด้วย จึงมีการตั้งชื่อว่า“โรงพยาบาลปัญญาอ่อน” โรงพยาบาลปัญญาอ่อนได้รับมอบสถานที่ดำเนินการก่อสร้าง  และจัดตั้งโรงพยาบาลปัญญาอ่อน
แห่งแรกในประเทศไทย เมื่อวันที่ ๑๖ มิถุนายน พ.ศ.๒๕๐๓ โดยได้แต่งตั้งนพ.รสชง ทัศนาญชลี เป็นผู้อำนวยการโรงพยาบาลท่านแรก  ได้ประกอบพิธีเปิดตึกอำนวยการอย่างเป็นทางการ เมื่อวันที่ ๒๑ มีนาคม พ.ศ.๒๕๐๕  โดย ฯพณฯจอมพลสฤษดิ์  ธนะรัชต์  นายกรัฐมนตรีขณะนั้นได้ให้เกียรติมาเป็นประธานในพิธีเปิด เริ่มแรกรับบุคคลปัญญาอ่อนจากโรงพยาบาลสมเด็จเจ้าพระยา จำนวน ๒๐ คน เพื่อบำบัดรักษาและฟื้นฟูสมรรถภาพต่อมารับผู้ป่วยใหม่เพิ่มอีก ๕ ราย รวมเป็น ๒๕ ราย  ทั้งนี้เพื่อจะได้ฝึกทักษะแก่บุคลากรในโรงพยาบาลให้มีความรู้  ความเข้าใจ และความสามารถในวิธีปฏิบัติ  สำหรับดูแลฟื้นฟูสมรรถภาพแก่บุคคลปัญญาอ่อน
 
กิจกรรมและพัฒนาการที่สำคัญ
๒๔๙๗: นพ.รสชง  ทัศนาญชลี  ศึกษาดูงานด้านปัญญาอ่อน ณ ประเทศอังกฤษ และเป็นผู้อำนวยการคนแรกของโรงพยาบาล พ.ศ. ๒๕๐๓
๒๔๙๙ : กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ร่วมกับองค์กรอนามัยโลก โดย Dr. Allen Stoller   ผู้เชี่ยวชาญองค์การอนามัยโลก สำรวจประเทศไทย มีบุคคลปัญญาอ่อนร้อยละ ๑  ตั้งแต่ปี พ.ศ.๒๔๙๙-๒๕๐๐
๒๕๐๑ : แพทย์หญิงวัณรุณี คมกฤส ศึกษาและดูงานด้านปัญญาอ่อน ณ ประเทศสหรัฐอเมริกา พ.ศ. ๒๕๐๑-๒   และเป็นผู้อำนวยการคนที่ ๒ ของโรงพยาบาล พ.ศ. ๒๕๒๕-๒๕๓๑
๒๕๐๓ : ๑๖ มิถุนายน พ.ศ.๒๕๐๓ กองโรงพยาบาลโรคจิต กรมการแพทย์ ได้แรกเปลี่ยนที่ตั้งโรงพยาบาลกับ โรงพยาบาลโรคติดต่อ กรมอนามัย และรับผู้ป่วยรุ่นแรกจากโรงพยาบาลสมเด็จเจ้าพระยา ตั้งแต่ ๑๔ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๐๓
ตึกอำนวยการ ดัดแปลงเป็นบ้านพักผู้อำนวยการ และเป็นพิพิธภัณฑ์โรงพยาบาลราชานุกูลในปัจจุบัน
: โรงพยาบาลปัญญาอ่อน โรงพยาบาลแห่งแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
: ๒๕๐๓-๒๕๑๑ น.พ.ประสิทธิ์  ปิ่นกุลบุตร  ได้นำเครื่องมือทดสอบ Stanford Bidet Form L-M ตรวจวัดสติปัญญาเพื่อแยกแยะระดับความปัญญาอ่อน
๒๕๐๕: ๒๑ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๐๕ เปิดบริการเป็นทางการโดยฯพณฯ นายกรัฐมนตรีจอมพลสฤษดิ์  ธนะรัชต์
: มูลนิธิช่วยเด็กปัญญาอ่อนในพระบรมราชนูปถัมภ์โดยท่านผู้หญิงหม่อมงามจิตต์  บุรฉัตร เป็นผู้ริเริ่มสนับสนุนกิจกรรมและการก่อสร้างอาคารในโรงพยาบาล
๒๕๐๖ : จัดบริการรักษาทางกายภาพ
๒๕๐๖: โรงพยาบาลราชานุกูลได้ให้การวินิจฉัยโรค “PKU” หรือPHENYLKETONURIA ในเด็กปัญญาอ่อนอายุ   ๓ ปี ได้เป็นรายแรกของโรงพยาบาล
๒๕๐๗ : โรงเรียนราชานุกูล โรงเรียนพิเศษสำหรับเด็กปัญญาอ่อนแห่งแรกในประเทศไทยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯและสมเด็จพระบรมราชินีนาถฯ เสด็จเปิด “โรงเรียนราชานุกูล”   วันที่  ๕  มีนาคม พ.ศ. ๒๕๐๗
หลักการสอน ๓ ประการ
• รู้จักช่วยตัวเองในชีวิตประจำวัน
• รู้จักปรับตัวให้เข้ากับสังคม
• สอนวิชาชีพ
๒๕๐๙: ๘ กรกฎาคม ๒๕๐๙ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระบรมราชินีนาถเปิดตึกดรุณพัฒนาสำหรับเด็กอายุ ๓-๖ ปี
: การสอนเด็กอายุ ๓-๖ ปี เคลื่อนไหว, เอาใจใส่ตนเองสุขภาพ ปลอดภัย ภาษาศิลป์ เวลา รูปทรง สังคม ศิลปะ ธรรมชาติ
: วิจัย “ทัศนคติของมารดาที่บุตรเป็นปัญญาอ่อน” น.ส.ฉลวย จุติกุล นักสังคมสงเคราะห์
๒๕๑๒: น้ำยา Ferric Chloride ๑๐% และเทปน้ำยา ตรวจหาสาเหตุปัญญาอ่อนจากโรค Phenyl ketonuria ในโรงพยาบาล
: พญ.ปทุม   โพธิ์ทอง และนางสาวอุ่นเรือน   อำไพพัสตร์ ได้รับทุนมูลนิธินายแพทย์ฝน   แสงสิงแก้ว แปลแบบทดสอบ DDST เป็นภาษาไทย
๒๕๑๓: จัดบริการห้องปฏิบัติการพันธุศาสตร์ โดยแพทย์หญิงชวาลา เธียรธนู เป็นแห่งแรกในประเทศไทย
๒๕๑๕ : ๓๐ มีนาคม ๒๕๑๕ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิรินธรเทพรัตนราชสุดา เสด็จแทนพระองค์ในพิธีเปิด “ตึกศูนย์วิจัยปัญญาอ่อน และลดอัตราการเกิดปัญญาอ่อน
๒๕๒๐ : ผู้อำนวยการ นพ.รสชง   ทัศนาญชลี และน.ส.อุ่นเรือน   อำไพพัสตร์ ใช้เทคนิควิธีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม (Behavior Modification Techniques) บุคคลปัญญาอ่อน เด็กออทิสติก เด็กที่มีปัญหาพฤติกรรมและอารมณ์
๒๕๒๐ : วิจัย “การติดตามผลการประกอบอาชีพของบุคคลปัญญาอ่อน” 
โดย น.ส.ฉลวย  จุติกุล นักสังคมสงเคราะห์
๒๕๒๐ : ผู้อำนวยการ นพ.รสชง   ทัศนาญชลี  และน.ส.อุ่นเรือน   อำไพพัสตร์ ใช้เทคนิควิธีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม (Behavior Modification Techniques) บุคคลปัญญาอ่อน             เด็กออทิสติก  เด็กที่มีปัญหาพฤติกรรมและอารมณ์
๒๕๒๐ : วิจัย “การติดตามผลการประกอบอาชีพของบุคคลปัญญาอ่อน” 
โดย น.ส.ฉลวย  จุติกุล นักสังคมสงเคราะห์
๒๕๒๒ : พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าพระราชทานนามว่า        “โรงพยาบาลราชานุกูล”
 

 

ยุคที่ ๒ : โรงพยาบาลราชานุกูล (พ.ศ.๒๕๒๒-๒๕๔๕)

“ปัญญาอ่อน” เป็นที่รู้จักกันอย่างแพร่หลาย กระทรวงสาธารณสุข  โดยนายแพทย์ยงยุทธ  สัจจะวานิช  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข  จึงได้กราบบังคมทูลขอพระราชทานนามโรงพยาบาลเพื่อเป็นสิริมงคลสืบไป  พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานนามใหม่ว่า  “โรงพยาบาลราชานุกูล”  เมื่อวันที่ ๒๒ เมษายน พ.ศ.๒๕๒๒ 

โรงพยาบาลราชานุกูล เป็นโรงพยาบาลพิเศษเฉพาะทางเพื่อให้บริการแก่ผู้บกพร่องทางสติปัญญาแบบครบวงจร ตั้งแต่การตรวจ วินิจฉัย บำบัด รักษา ส่งเสริมป้องกันและฟื้นฟูสมรรถภาพ  พร้อมทั้งเป็นสถานที่ให้ความรู้ด้านภาวะปัญญาอ่อนแก่บุคลากรที่เกี่ยวข้องทั้งในและนอกกระทรวงสาธารณสุขทั้งในประเทศและต่างประเทศ
การดำเนินงาน
ได้ดำเนินงานแบ่งการให้บริการเป็น ๒ แผนกคือ
• แผนกผู้ป่วยนอก :  ให้บริการตรวจวินิจฉัยป้องกัน บำบัด รักษา และให้คำแนะนำแก่บิดา มารดาผู้ปกครอง ในการเลี้ยงดูบุตรหลานปัญญาอ่อนให้ถูกหลักวิชาการ
• แผนกผู้ป่วยใน :  เพื่อฟื้นฟูสมรรถภาพด้านต่างๆ ได้แก่  ด้านการแพทย์  ด้านการศึกษา  ด้านสังคม  และด้านการฝึกอาชีพ  
มีการประสานงานการดำเนินงานด้านฝึกอบรมจากต่างประเทศ ได้แก่
• โดยการช่วยเหลือจากอินเตอร์ เอด เอเชีย สนับสนุนวิทยากรในหลักสูตรการดูแลบุคคลปัญญาอ่อนในชุมชน
 สำหรับเจ้าหน้าที่สาธารณสุข ครู ผู้ปกครอง พี่เลี้ยง ฯลฯ ซึ่งมีศูนย์กลาง ณ ประเทศสหรัฐอเมริกา   
• โครงการร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัย เวลส์ อินสทิทิวท์ คาร์ดีฟ (UWIC) แห่งสหราชอาณาจักรกับโรงพยาบาล
 
กิจกรรมและพัฒนาการที่สำคัญ
๒๕๒๐ : ผู้อำนวยการโรงพยาบาล นพ.รสชง   ทัศนาญชลี, น.ส.พรรณี   แสงชูโต นำเทคนิคการกระตุ้นพัฒนาการเด็ก (Early Stimulation) ใช้เป็นครั้งแรกในประเทศไทย
นพ.รสชง ทัศนาญชลี และน.ส.อุ่นเรือน  อำไพพัสตร์ พัฒนาแบบการตรวจความพร้อมทางวุฒิภาวะทางสังคม (Vineland Social Maturity Scale) เพื่อประเมินความสามารถในการดำเนินชีวิตในสังคมของบุคคลปัญญาอ่อน
๒๕๒๕ : พญ.วัณรุณี   คมกฤส ผู้อำนวยการโรงพยาบาลมีนโยบายให้จัดโครงการปัญญาอ่อนชุมชน พญ.ปัญญา   เพ็ญสุวรรณ และคณะสหวิชาชีพ (Dr.Isobel Maire, Dr.June Jeans) อาสาสมัครชาวอังกฤษ สนับสนุนจาก กองทุนช่วยเหลือเด็กแห่งประเทศอังกฤษ  โดยมี
โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมโอกาสดำเนินชีวิตผสมกลมกลืนอยู่ในสังคมอย่างมีสิทธิและศักดิ์ศรี ปรับกระบวนการทำงานของบุกคลากรเป็นเชิงรุก ประสานประโยชน์จากแหล่งชุมชน ซึ่งได้แก่
 
๑. ศูนย์พัฒนาเด็กราชานุกูล (พ.ศ.๒๕๒๗) ศูนย์พัฒนาสาธิตบริการให้เด็กปัญญาอ่อนอายุแรกเกิด-๖ ปี 
(สโมสรโรตารี่ กรุงเทพใต้, AIA, สถานทูตอังกฤษ)
๒. โครงการเรียนร่วม ร.ร.วิชูทิศ (พ.ศ.๒๕๓๒, ๒๕๓๔) มุ่งรณรงค์สิทธิการศึกษา ค้นคว้าและสร้างสรรค์รูปแบบ
๓. การให้บริการที่บ้าน เริ่ม พ.ศ.๒๕๒๗ สอนและวางแผนการช่วยเหลือแก่พ่อแม่ที่บ้าน
๔. การอบรมการดูแลยุคคลปัญญาอ่อนในชุมชน โดยการสนับสนุนของ Deter AID AIA
๒๕๓๐ : ทุนวิจัย WHO
๑. Feasibility Study pf the Application of PGEE in Developmentally Delayed Thai Children>
๒. Study of Mental Retardation Problems in Thailand  ๑๙๘๗-๑๙๘๘ 
๒๕๓๑ : โครงการส่งเสริมพัฒนาการเด็กปัญญาอ่อนในชุมชน โดย พญ.กัลยา สูตะบุตร และ พญ. ปัญญา  เพ็ญสุวรรณ และทีมสหวิชาชีพ และเปิดให้การฝึกอบรม โดยเชิญวิทยากรจากประเทศออสเตรเลีย  และเผยแผ่คู่มือส่งเสริมพัฒนาการเด็กแก่จังหวัดต่างๆ ทั้งภาครัฐและเอกชน
๒๕๓๒: เริ่มดำเนินงานโครงการส่งเสริมพัฒนาการเด็ก โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นศูนย์กลางพัฒนาวิชาการและบริการด้านการส่งเสริมพัฒนาการเด็กสำหรับเด็กแรกเกิด – ๕ ปี   ที่มีพัฒนาการล่าช้า
๒๕๓๓ : โครงการการใช้คู่มือส่งเสริมพัฒนาการในโครงการควบคุมโรคขาดสารไอโอดีนแห่งชาติ
๒๑  มีนาคม  ๒๕๓๓ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ เสด็จทรงเปิดอาคารผู้ป่วยนอก ได้ทรงแนะนำให้จัดตั้งมูลนิธิ เพื่อช่วยเหลือเด็กปัญญาอ่อนที่ขาดแคลนทุนทรัพย์
๒๕๓๔ : ๕ กรกฎาคม ๒๕๓๔   มูลนิธิเพื่อโรงพยาบาลราชานุกูล ได้รับอนุญาตให้จดทะเบียนจัดตั้ง และได้กราบทูลเชิญ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ทรงเป็นองค์อุปถัมภ์โครงการ UWIC
๒๕๓๗ : กรมสุขภาพจิต การประสานการบริหารจัดการ การจัดบริการและองค์ความรู้เทคโนโลยีด้านปัญญาอ่อนและพัฒนาการเด็กในระดับจังหวัด “โครงการทดลองจ้างงานบุคคลปัญญาอ่อน” รับบันทึกไว้ในองค์การแรงงานระหว่างชาติ 
(ILO ,เจนีวา)
๒๕๓๘: โครงการทดลองจ้างงานบุคคลผู้บกพร่องทางสติปัญญา เริ่มดำเนินการเมื่อ พ.ศ. ๒๕๓๘ จนถึงปัจจุบัน เป็นโครงการที่จัดตั้งขึ้นเพื่อฟื้นฟูสมรรถภาพ และพัฒนาด้านอาชีพ ด้านสังคม ลักษณะนิสัยที่จำเป็นในการทำงานเพื่อให้บุคคลผู้บกพร่องทางสติปัญญาสามารถปฏิบัติงาน และอยู่ร่วมกับคนปกติได้ สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนีได้พระราชทานพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ จำนวน ๑ ล้านบาท เป็นกองทุนเริ่มต้น องค์อุปถัมภ์ ประทานให้อีก ๕ แสนบาท และผู้มีกุศลจิตบริจาคเพิ่มให้จนกองทุนเติบโต มีเงินบริหารงาน ๓ ล้านบาท ได้นับดอกผลมาใช้จ่ายจ้างงาน นับเป็นจุดเริ่มต้นที่มีคุณค่าเป็นอย่างยิ่ง
๒๕๔๐: พญ.ชวาลา เธียรธนู ส่งเสริมการพัฒนางานด้านการตรวจโครโมโซมเพื่อวินิจฉัย ศึกษาค้นคว้าวิจัยสาเหตุของภาวะปัญญาอ่อนเพื่อการป้องกันที่ได้ริเริ่มและดำเนินการมาตั้งแต่ปี พ.ศ.๒๕๑๒ ได้พัฒนาจนเป็นที่ยอมรับ   และได้สนับสนุนให้นพ.วีรยุทธ  ประพันธ์พจน์  ได้รับทุนจากกรมสุขภาพจิตไปศึกษาต่อปริญญาเอกด้านพันธุศาสตร์  ณ มหาวิทยาลัยจอห์น ฮอปกินส์  ประเทศสหรัฐอเมริกา
๒๕๔๑: ศึกษาวิจัยด้านพัฒนาการและการส่งเสริมพัฒนาการเด็ก  ได้แก่  วิจัยติดตามเด็กในโครงการส่งเสริมพัฒนาการเด็กโรงพยาบาลราชานุกูล  ตั้งแต่ ปี พ.ศ.๒๕๓๑ – ๒๕๔๑  การศึกษาอายุพัฒนาการของเด็กกลุ่มอาการดาวน์  โดย พญ.นพวรรณ  ศรีวงค์พานิช
๒๕๔๒: นพ.อุดม เพชรสังหาร ผู้อำนวยการโรงพยาบาลราชานุกูลมีนโยบายการพัฒนามาตรฐานการบริการในระดับตติยภูมิแบบสหวิชาชีพเน้นการให้ความสำคัญกับการมีส่วนร่วมของครอบครัวและชุมชน 
๒๕๔๓: นพ.วีรยุทธ  ประพันธ์พจน์ ดำเนินโครงการวิจัยทางด้านพันธุศาสตร์ที่เกี่ยวข้องกับด้านภาวะปัญญาอ่อนและโรคทางจิตเวช  เกิดผลงานการวิจัยการตรวจความผิดปกติของปลายโครโมโซมที่ทำให้เกิดภาวะปัญญาอ่อน ซึ่งเป็นที่ยอมรับในวงการสาธารณสุข
๒๕๔๓: ก่อตั้ง “ร้านเพื่อน” เพื่อเป็นจุดฝึกอาชีพ และจำหน่ายผลผลิตของบุคคลปัญญาอ่อน
และครอบครัว รวมทั้งผู้พิการประเภทอื่นๆ
๒๕๔๔: นพ.อุดม  เพชรสังหาร  ผู้อำนวยการ  ดำเนินงานโครงการสุขภาพจิตเด็กพิการและด้อยโอกาส  โดยการประสานงานเครือข่ายติดต่อกันตั้งแต่ปี ๒๕๔๔-๒๕๔๖   ด้วยเล็งเห็นความสำคัญถึงสุขภาพจิตเด็กพิการและผู้ด้อยโอกาสให้สามารถเข้าถึงบริการ   และรับการดูแลตั้งแต่แรกเริ่ม  ตลอดจนได้รับการบำบัดฟื้นฟูอย่างเหมาะสม
๒๕๔๔: สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์เสด็จเป็นองค์ประธานในพิธีเปิด “พิพิธภัณฑ์โรงพยาบาลราชานุกูล” วันที่ ๒๙ ตุลาคม พ.ศ.๒๕๔๔   เพื่อเป็นแหล่งรวบรวมและเผยแพร่ความรู้ด้านภาวะปัญญาอ่อนให้แก่ประชาชนทั่วไป  
๒๕๔๕: หลักสูตร Group Training Course on Intellectual Disability โดยร่วมมือกับ JLID และจากหลักสูตรนี้ทำให้ราชานุกูลได้รับการร้องขอในเรื่องการพัฒนาบุคลากรมากขึ้น เช่นจาก เวียดนาม กัมพูชา
๒๕๔๖: พัฒนาโครงการทดลองจ้างงานให้มีมาตรฐานทางวิชาการ จนเป็นที่ยอมรับของ International Labor Organization (ILO) ว่าเป็นโครงการที่มีคุณภาพในการพัฒนาคุณภาพชีวิตของบุคคลปัญญาอ่อน และ ILO ยังได้สนับสนุนทางวิชาการโดยประสานกับ BIZLINK แห่งประเทศสิงคโปร์ให้มาถ่ายทอดประสบการณ์ในการทำงานฝึกอาชีพบุคคลปัญญาอ่อนให้กับราชานุกูล รวมทั้งสนับสนุนทุนแก่บุคลากรไปศึกษาดูงานของ BIZLINK ที่ประเทศสิงคโปร์
๒๕๔๖: การเชื่อมเครือข่ายกับ Japan League on Intellectual Disability (JLID) (ตอนหลัง
เปลี่ยนชื่อไปแล้ว) เพื่อสร้างโอกาสในการพัฒนาทางวิชาการ และความร่วมมือในกลุ่มผู้ปฏิบัติงานด้านนี้ในเอเชียแปซิฟิค  ทำให้ได้รับการยอมรับจากประเทศต่างๆ มากขึ้น
 

         



ยุคที่ ๓ : สถาบันราชานุกูล (พ.ศ.๒๕๔๕-ปัจจุบัน)
 
      
จากการปฏิรูประบบราชการ  โรงพยาบาลราชานุกูลจึงได้ปรับเปลี่ยนโครงสร้างบทบาท

ภารกิจใหม่  ภายใต้พระราชบัญญัติการบริหารราชการแผ่นดินฉบับที่ ๕  ตามกฏกระทรวงสาธารณสุข

พ.ศ.๒๕๔๕   ยกระดับฐานะจากโรงพยาบาลเป็น “สถาบันราชานุกูล” โดยมุ่งเน้นการวิจัยและการพัฒนาเป็น
หลัก  ซึ่งมีแผนการพัฒนาสถาบันราชานุกูลตามยุทธศาสตร์ดังต่อไปนี้
 
ยุทธศาสตร์
• การเสริมสร้าง/พัฒนาภาคีเครือข่าย
• การพัฒนางานวิจัยและเทคโนโลยี
• การพัฒนาศูนย์กลางวิจัยและเทคโนโลยี
• การพัฒนาศูนย์กลางวิชาการด้านพัฒนาการเด็กและสติปัญญา
• การพัฒนาสู่ความเป็นเลิศด้านบริการ
• การพัฒนาองค์กรและสมรรถนะบุคลากร
วิสัยทัศน์
“สถาบันราชานุกูลเป็นผู้นำทางวิชาการ บริการ ด้านพัฒนาการเด็กและสติปัญญาที่มีคุณภาพในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ บุคลากรมีความสุข  ผู้รับบริการมีความพึงพอใจ”
พันธกิจ
รับผิดชอบในการพัฒนาเพื่อการเป็นศูนย์กลางวิชาการด้านพัฒนาการเด็กและสติปัญญา
ให้บริการด้านพัฒนาการเด็กและสติปัญญาแบบองค์รวมในระดับตติยภูมิ
ถ่ายทอดองค์ความรู้และเทคโนโลยีด้านการส่งเสริม ป้องกัน บำบัด รักษาและฟื้นฟูสมรรถภาพด้านพัฒนาการเด็กและสติปัญญา
สถาบันราชานุกูล  มีความมุ่งมั่นในการพัฒนามาตรฐานบริการบุคคลบกพร่องทางสติปัญญา  บุคคลที่มีปัญหาพัฒนาการและสติปัญญาให้มีคุณภาพชีวิตที่ดี  มีความสุขในการดำรงชีวิต  มีศักดิ์และสิทธิ์เช่นเดียวกับบุคคลปกติ  สังคมยอมรับว่าเป็นบุคคลปกติที่มีพัฒนาการล่าช้าหรือมีความจำกัดบางอย่างแต่สามารถพัฒนาได้
กิจกรรมและพัฒนาการที่สำคัญ
๒๕๔๖: การพัฒนาต้นแบบบริการหอผู้ป่วยครอบครัว   หอผู้ป่วยออทิสติก  การเตรียมความพร้อมเพื่อให้เด็กที่มีความบกพร่องทางสติปัญญาสามารถเข้าเรียนในโรงเรียนปกติและโรงเรียนเรียนร่วม  โครงการจ้างงานเพื่อพัฒนาศักยภาพบุคคลที่มีความบกพร่องทางสติปัญญาสู่การจ้างงานแบบครบวงจร  มุ่งพัฒนาและถ่ายทอดเทคโนโลยีเพื่อเป็นศูนย์กลางงานวิชาการด้านพัฒนาการเด็กที่มีคุณภาพ
๒๕๔๗: พัฒนางานการให้บริการด้านสุขภาพจิตและจิตเวชเด็กและวัยรุ่น อาศัยความร่วมมือของทีมสหวิชาชีพที่มีความรู้ความสามารถเฉพาะทางโดยพัฒนาพยาบาลวิชาชีพให้มีความรู้ความชำนาญเฉพาะด้านสุขภาพจิต
๒๕๔๗: มีการปรับโครงสร้างการทำงานและปรับองค์กรเพื่อรองรับการปฏิรูประบบราชการให้สอดคล้องกับนโยบายกรมสุขภาพจิตในฐานะสถาบันวิชาการ  ปรับเปลี่ยนงานศึกษาพันธุศาสตร์เป็นศูนย์วิจัยพันธุศาสตร์การแพทย์  มีภารกิจสำคัญทั้งในด้านการให้บริการตรวจวิเคราะห์ทางพันธุกรรม และการดำเนินการวิจัยทางด้านพันธุกรรม
๒๕๔๘: พัฒนาหลักสูตรและเทคโนโลยี   ถ่ายองค์ความรู้   โดยการร่วมมือกับคณะพยาบาลศาสตร์   มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ในการพัฒนาหลักสูตรการพยาบาลเฉพาะทางสาขาการพยาบาลสุขภาพจิตและจิตเวชเด็กและวัยรุ่น ซึ่งกรมสุขภาพจิตมอบให้สถาบันราชานุกูลเป็นหน่วยงานหลักในการดำเนินการจัดทำหลักสูตรและจัดฝึกอบรมมาถึงปัจจุบัน   พร้อมทั้งต่อยอดดำเนินการสร้างเครือข่ายดำเนินงานในทุกภูมิภาคทั่วประเทศ
๒๕๔๘: นพ.วีรยุทธ ประพันธ์พจน์ นักวิจัยหลักโครงการวิจัยเรื่อง การจัดทำฐานข้อมูลทางสุขภาพจิตและพันธุกรรมในผู้รอดชีวิตจากคลื่นสึนามิใน ๖ จังหวัดภาคใต้ของประเทศไทย (๒๕๔๘-๒๕๕๑)
๒๕๔๙: จากเหตุการณ์มหันตภัยคลื่นยักษ์สึนามิ  พญ.พรรณพิมล หล่อตระกูล  ได้จัดทำโครงการติดตามและฟื้นสภาวะจิตใจเด็กที่ได้รับผลกระทบจากสึนามิ ( Emotional Recovery Efforts for Tsunami – Affected Children in Thailand )   โดยได้รับความร่วมมือกับโรงพยาบาลถลาง และโรงพยาบาลกระบี่ ตั้งแต่ มกราคม ๒๕๔๙-ธันวาคม ๒๕๕๐ ภายใต้งบประมาณสนับสนุนจาก Bernard van Leer Foundation ประเทศเนเธอร์แลนด์
๒๕๔๙: พญ.พรรณพิมล หล่อตระกูล ผู้อำนวยการมุ่งเน้นการพัฒนาต้นแบบบริการและวิชาการ  การจัดตั้งคลินิกพิเศษ เช่น คลินิกทางพันธุศาสตร์  คลินิกจิตเวชเด็กและวัยรุ่น  คลินิกจิตเวชผู้ใหญ่  คลินิกฝังเข็ม  จัดตั้งศูนย์ดนตรีบำบัดเพื่อพัฒนาด้านอารมณ์ พฤติกรรมและทักษะการสื่อสารแก่บุคคลที่มีความบกพร่องทางสติปัญญา
๒๕๔๙: โครงการพัฒนาสติปัญญาเด็กไทย เริ่มดำเนินการมาตั้งแต่ปี พ.ศ.๒๕๔๙ จนถึงปัจจุบัน โดยดำเนินการพัฒนาเทคโนโลยีและพื้นที่นำร่องต้นแบบการพัฒนาสติปัญญาเด็กไทย   พัฒนาเทคโนโลยีสนับสนุนการพัฒนาสติปัญญาเด็กไทยวัยแรกเกิด-๕ ปี และด็กวัยเรียน ๖-๑๑ ปี : คู่มือประเมินพัฒนาการเด็กแรกเกิด-๕ ปี ฉบับใหม่   ชุดเทคโนโลยีเสริมสร้างไอคิว อีคิว เด็กแรกเกิด-๕ ปี และเด็กวัยเรียนการอบรมวิทยากร/แกนนำ 
๒๕๔๙: โครงการศึกษาลักษณะทางพันธุกรรมและเภสัชกรรมของโรคซึมเศร้าในคนไทย โดย นพ.วีรยุทธ   ประพันธ์พจน์   เป็นการสัมภาษณ์ข้อมูลทางคลินิก   การจัดเก็บตัวอย่างทางพันธุกรรมในรูป DNA ๑๙ ตัวอย่าง ในรูป Permanent cell line ๓๕ ตัวอย่าง การบำรุงรักษาตัวอย่างทางพันธุกรรม  และติดตามผลการรักษาผู้ป่วย/กลุ่มควบคุม(กลุ่มเดิมจากการศึกษาในระยะที่ ๑ )   และติดตามกลุ่มใหม่ ไปจนครบ ๓ ปี
๒๕๔๙: สถาบันราชานุกูลได้ร่วมมือกับ Best Buddies International  เพื่อดำเนินโครงการ Best  Buddies Thailand ในปีพ.ศ.๒๕๔๙  โดยสนับสนุนให้ข้าราชการเดินทางไปศึกษาดูงาน ณ ประเทศสหรัฐอเมริกา  จากนั้นจึงได้ขยายเครือข่ายการดำเนินงาน ในประเทศไทย  เพื่อส่งเสริมการพัฒนาคุณภาพชีวิตทักษะทางสังคมของผู้บกพร่องทางพัฒนาการและสติปัญญา โดยผ่านสัมพันธภาพความเป็นเพื่อนแบบหนึ่งต่อหนึ่งจากอาสาสมัครบุคคลปกติปกติ
๒๕๕๐: โครงการพัฒนาเครื่องมือสำรวจต้นทุนชีวิตสำหรับเด็กวัยเรียน  ช่วงชั้นที่ ๑ (ป.๑-ป.๓) และช่วงชั้นปีที่ ๒ (ป.๔-ป.๖) โดย พญ.พรรณพิมล  หล่อตระกูล และทีมวิจัย
๒๕๕๐: ท่านผู้หญิงทัศนาวลัย  ศรสงคราม  ให้เกียรติเป็นประธานในพิธีเปิดคลินิกทันตกรรมเฉลิมพระเกียรติ  สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ  เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา  กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ เมื่อวันที่ ๓ พฤษภาคม ๒๕๕๐ ได้รับทุนสนับสนุนจัดสร้างจากมูลนิธิเพื่อสถาบันราชานุกูลฯ โดยมีพลเอกวันชัย เรืองตระกูล เป็นประธานกรรมการอำนวยการจัดงาน  
เพื่อเป็นการปรับปรุง พัฒนาคลินิกทันตกรรมให้มีความสะดวกและเพิ่มประสิทธิภาพต่อการให้บริการแก่ผู้ป่วยที่มีความบกพร่องทางพัฒนาการและสติปัญญา  
๒๕๕๑: กรมสุขภาพจิตมอบหมายให้สถาบันราชานุกูลเป็นศูนย์วิจัยและพัฒนาองค์ความรู้ด้านพันธุศาสตร์การแพทย์และปัญญาอ่อนของกระทรวงสาธารณสุข (ตามราชกิจจานุเบกษา) โดยมีการขยายความร่วมมือทางวิชาการกับหน่วยงานในต่างประเทศเพิ่มขึ้น   ได้แก่   ประเทศเดนมาร์ก อินเดีย กัมพูชา   และเวียดนาม
๒๕๕๒: สถาบันราชานุกูล ร่วมกับสำนักอนามัย กรุงเทพมหานคร และสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ   ได้ร่วมกันดำเนินโครงการจัดบริการแก่เด็กบกพร่องทางพัฒนาการวัยแรกเกิด-๕ ปีในกรุงเทพมหานคร   โดยให้มีระบบการคัดกรองเด็กวัยแรกเกิด-๕ ปี  ในศูนย์บริการสาธารณสุข  กรุงเทพมหานคร ๓๐ แห่ง และเพิ่มความเข้มแข็งของระบบบริการให้มีการประเมินและส่งเสริมพัฒนาการ
๒๕๕๒: สถาบันราชานุกูล กรมสุขภาพจิต ร่วมกับ สำนักส่งเสริมสุขภาพ กรมอนามัย ดำเนินกิจกรรมการพัฒนา IQ EQ เด็ก ๐ – ๕ ปี ( กิน กอด เล่น เล่า) ภายใต้โครงการโรงพยาบาลสายใยรักแห่งครอบครัว เพื่อพัฒนาคุณภาพแม่และเด็ก ๐–๕ ปีในพื้นที่ ๗๕ จังหวัด โดยสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติสนับสนุนงบประมาณในการดำเนินงาน
๒๕๕๒: ได้รับการรับรองหลักสูตรการใช้คู่มือส่งเสริมพัฒนาการเด็กแรกเกิด-๕ ปี   จากกรมสุขภาพจิต  กระทรวงสาธารณสุข
๒๕๕๒: โครงการส่งเสริมสร้างศักยภาพเครือข่ายในการดูแลผู้บกพร่องทางพัฒนาการและสติปัญญาโดยใช้กระบวนการทางศิลปกรรม
การจัดโปรแกรมค่ายครอบครัวศิลปกรรมบำบัดแก่ผู้ปกครองและเครือข่ายนอกระบบ  การสัมมนาผู้เชี่ยวชาญ  และร่างหลักสูตรศิลปกรรมบำบัดสำหรับผู้บกพร่องทางพัฒนาการและสติปัญญา
๒๕๕๓: มูลนิธิออมสินเพื่อสังคม ให้การสนับสนุนทุนในการก่อสร้างอาคารเพื่อเป็นศูนย์สาธิตและเป็นแหล่งเรียนรู้   ฝึกปฏิบัติการผลิตเก้าอี้เปเปอร์มาเช่เพื่อเด็กพิการทางสมอง   โดยได้ส่งมอบอาคาร  “ออมสินรวมใจรักษ์”  ให้แก่สถาบันราชานุกูล  เมื่อวันที่ ๑๘ กุมภาพันธ์ พ.ศ.๒๕๕๓  
๒๕๕๓: สถาบันราชานุกูลได้รับการรับรองจากสถาบันรับรองคุณภาพสถานพยาบาล (องค์การมหาชน) ในเดือนมีนาคม พ.ศ.๒๕๕๓
 
นับจากอดีต....ถึงปัจจุบันสถาบันราชานุกูลได้มีการพัฒนาและเปลี่ยนแปลงไปอย่างหลากหลาย  ตลอดจนมีการเจริญเติบโตในภารกิจที่เป็นงานสำคัญในระดับประเทศ   และมีความมุ่งมั่นต่อการพัฒนาในก้าวต่อไป นั่นคือ การเป็นศูนย์กลางวิชาการด้านพัฒนาการเด็กและสติปัญญา  โดยมีหน่วยบริการที่เป็นเลิศเฉพาะทางด้านส่งเสริมพัฒนาการเด็กวัยแรกเกิดถึง ๕ ปี  และเป็นศูนย์กลางของความเป็นเลิศทางพันธุศาสตร์ของโรคจิตเวช   ตลอดจนเป็นแรงผลักดันในการยกระดับคุณภาพชีวิตเด็กพิการและด้อยโอกาสในสังคมไทยให้มีความเท่าเทียมกับอารยประเทศ    
 

 ยุค ๔

พ.ศ.๒๕๕๕ – ปัจจุบัน
สถาบันราชานุกูล
เข้าสู่การเปลี่ยนแปลงตามบทบาทกระทรวงสาธารณสุข เพื่อให้สอดคล้องกับแผนพัฒนา
เศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ ๑๑ (พ.ศ. ๒๕๕๕-๒๕๕๙) และการเตรียมตัวก้าวสู่ประชาคมอาเซียน
(ASEAN Community) รวมถึงทิศทางการปฏิรูปประเทศไทย ถึงแผนยุทธศาสตร์ชาติ ๒๐ ปี (ด้าน
สาธารณสุข) “เป็นองค์หลักด้านสุขภาพ ที่รวมพลังสังคม เพื่อประชาชนสุขภาพดี”
  สถาบันราชานุกูลเป็นองค์กรหลักด้านพัฒนาสติปัญญาในระดับอาเซียน  เป็นผู้ชี้นำทิศทางงานด้านพัฒนาสติปัญญาของประเทศ โดยมีบทบาทเป็น Regulator และ Policy Advocacy  เป็นศูนย์กลางการเรียนรู้ด้านพัฒนาสติปัญญาในระดับอาเซียน  เป็นองค์กรที่ใช้ข้อมูลทางวิชาการและหลักฐานเชิงประจักษ์เพื่อการพัฒนางานด้านพัฒนาสติปัญญา
วิสัยทัศน์ ๒๕๖๐ (vision)  :
          “สถาบันราชานุกูลเป็นองค์กรหลักด้านพัฒนาสติปัญญาในระดับอาเซียน ”
 
ศูนย์กลางความเป็นเลิศด้านภาวะบกพร่องทางสติปัญญา
Excellence Center for Intellectual Disability
1. มีบริการเฉพาะทางด้านภาวะบกพร่องทางสติปัญญาที่มีคุณภาพ 
2. เป็นศูนย์ฝึกอบรมด้านภาวะบกพร่องทางสติปัญญา 
3. งานวิจัย เทคโนโลยี นวัตกรรมด้านภาวะบกพร่องทางสติปัญญาได้รับการอ้างอิง 
4. ข้อเสนอแนะเชิงนโยบายด้านภาวะบกพร่องทางสติปัญญาได้รับการยอมรับและนำไปสู่การปฏิบัติในระดับประเทศ 
 
พร้อมก้าวสู่...สาธารณสุขไทย 4.0 
เดินหน้ายุทธศาสตร์เทคโนโลยีสารสนเทศสุขภาพ e Health
กลยุทธ์ : ขับเคลื่อนการพัฒนานวัตกรรมด้านเทคโนโลยีสารสนเทศสุขภาพและการใช้โปรแกรมประยุกต์ (Service and Applications) ในการให้บริการสุขภาพ (Health care Service Delivery) 
 
กิจกรรมและพัฒนาการที่สำคัญ
๒๕๕๖: ความร่วมมือระหว่างกรมสุขภาพจิต ร่วมกับ สำนักงานส่งเสริมสังคมแห่งการเรียนรู้และคุณภาพเยาวชน (ส.ส.ค.) และ สถาบันราชานุกูล  หวังพัฒนา “เด็กไทย IQ เกิน ๑๐๐” จับมือพัฒนาระบบส่งต่อข้อมูลเด็กเล็ก ๐-๕ ปี จาก “โรงหมอ” สู่ “โรงเรียน” ภายใต้กลไกแห่งการขับเคลื่อนโดยการส่งต่อข้อมูลและการให้บริการเด็กตั้งแต่แรกเกิดจากหน่วยงานสาธารณสุขไปสู่ภาคการศึกษาทั้งศูนย์เด็กเล็ก โรงเรียนอนุบาล และโรงเรียนประถมศึกษาในพื้นที่นำร่องใน ๔ ภูมิภาค ได้แก่ จังหวัดเชียงราย (อำเภอพญาเม็งรายและอำเภอเวียงชัย) , จังหวัดพระนครศรีอยุธยา (อำเภอท่าเรือและอำเภออุทัย) , จังหวัดสุรินทร์ (อำเภอท่าตูมและปราสาท) , จังหวัดภูเก็ต (อำเภอเมือง อำเภอถลาง และอำเภอกระทู้) เพื่อให้เกิดกระบวนการดูแลเด็กที่มีประสิทธิภาพบนฐานข้อมูลรายบุคคล เด็กจะได้รับการส่งเสริม ป้องกัน และฟื้นฟูพัฒนาการในช่วงวัยทองของชีวิตได้อย่างต่อเนื่อง นำไปสู่ทรัพยากรบุคคลที่มีคุณภาพต่อไปในอนาคต 
๒๕๕๖: โครงการจัดบริการแก่เด็กบกพร่องทางพัฒนาการวัยแรกเกิด – ๕ ปี ในกรุงเทพมหานคร ปี ๒๕๕๖   เพื่อเทิดพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถในวโรกาสทรงเจริญพระชนมพรรษา ๘๑ พรรษา และเพื่อให้เด็กวัยแรกเกิด – ๕ ปี ในกรุงเทพมหานคร ได้รับการตรวจคัดกรองพัฒนาการ ทั่วทุกพื้นที่ รวมถึงให้ผู้ปกครองได้รับคำแนะนำในการดูแล ส่งเสริมพัฒนาการที่ถูกต้องเหมาะสม 
๒๕๕๗ โครงการพัฒนาระบบการดูแลระบบสุขภาพบุคคลที่มีภาวะบกพร่องทางสติปัญญา (Special Olympics Health Communities Project) ด้วยความร่วมมือระหว่าง ๓ หน่วยงาน ได้แก่ องค์กรยูนิเซฟประเทศไทย คณะกรรมการสเปเชียลแห่งประเทศไทย และสถาบันราชานุกูล กรมสุขภาพจิต
๒๕๕๘ ท่านผู้หญิงทัศนาวลัย ศรสงคราม ประธานในพิธีเปิดอาคารสำนักงานมูลนิธิเพื่อสถาบันราชานุกูลฯและศูนย์อาหารชัยโภชนา สถาบันราชานุกูล เมื่อวันที่ ๒๔ เมษายน ๒๕๕๘
๒๕๕๙ ได้รับรางวัล “World Autism Awareness Day 2015” และรับโล่ประกาศเกียรติคุณ “องค์กรคนพิการหรือองค์กรอื่นใดที่ให้บริการแก่คนพิการที่ผ่านการรับรองมาตรฐานระดับดีมาก ประจำปี ๒๕๕๘” จากกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ 
๒๕๕๙ บันทึกข้อตกลงความร่วมมือในการพัฒนาบุคลากรผู้ให้บริการเด็กบกพร่องทางพัฒนาการและสติปัญญาในประเทศไทยระหว่างสถาบันราชานุกูล และ JICA-Kumamoto University 
๒๕๕๙ เปิดบริการคลินิกวอยตา (Vojta Therapy) ณ งานกายภาพบำบัด อาคารดรุณพัฒนา
๒๕๕๙ บันทึกข้อตกลงความร่วมมือ “โครงการพัฒนาระบบการดูแลสุขภาพเด็กพิการในชุมชนทั่วประเทศไทย” ระหว่าง กรมอานามัย กรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ กรมสุขภาพจิต สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน องค์การยูนิเซฟ ประเทศไทย และ สเปเชียลโอลิมปิคแห่งประเทศไทย
๒๕๖๐ รางวัล Golisano Global Health Leadership Award เป็นรางวัลสุขภาพระดับโลกของมูลนิธิโกลิซาโน่ที่มอบให้กับผู้นำด้านสาธารณสุขทั่วโลก ที่มีส่วนร่วมในการผลักดันและส่งเสริมความก้าวหน้าในการพัฒนาระบบบริการสุขภาพให้กับผู้พิการทางสติปัญญา นับเป็นรางวัลสูงสุดสำหรับพันธมิตรสุขภาพของสเปเชียลโอลิมปิคสากล โดย สถาบันราชานุกูลได้ขับเคลื่อนระบบการดูแลสุขภาพของผู้พิการทางสติปัญญา ด้วยการสร้างเครื่องมือคัดกรองสุขภาพ และขยายผลการดำเนินงานครอบคลุม ๒๐ โรงเรียนการศึกษาพิเศษทั่วประเทศไทย เปิดโอกาสให้นักเรียนผู้พิการทางสติปัญญาได้รับการคัดกรองมากกว่า ๕,๐๐๐ คน และพัฒนาความรู้ให้กับบุคลากรสาธารณสุขกว่า ๑๔๐ คน เมื่อวันที่ ๑๙  มีนาคม ๒๕๖๐
๒๕๖๐ สถาบันราชานุกูล ร่วมกับ กรมกิจการเด็กและเยาวชน กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ดูแลทารกและแม่ซึมเศร้าหลังคลอด ใน ๖ จังหวัดนำร่อง ดำเนินโครงการบูรณาการเพื่อเด็กที่ได้รับเงินอุดหนุนเลี้ยงดูเด็กแรกเกิด ดำเนินการระหว่างปี ๒๕๖๐-๒๕๖๑
๒๕๖๐ กรมสุขภาพจิตโดยสถาบันราชานุกูล ร่วมกับ คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ผนึกกำลังร่วมกับอีก 13 องค์กร และ IASSIDD จัดการประชุมวิชาการนานาชาติ ในระดับเอเชียแปซิฟิก 2017 IASSIDD 4th Asia-Pacific Regional Congress ส่งเสริมการวิจัยและแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ในการดูแลผู้พิการทางสติปัญญา
๒๕๖๑ พิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือการพัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้บกพร่องทางพัฒนาการและสติปัญญาระหว่างสถาบันราชานุกูลและบริษัท แอดวานซ์ ไวร์เลส เน็ทเวอร์ค จำกัด ในงานวันดาวน์ซินโดรมโลกเมื่อวันที่ ๒๑ มีนาคม ๒๕๖๑
 

ในปีปัจจุบัน
         ต่อมาในปี พ.ศ.2560 สถาบันราชานุกูลได้มีการจัดทำแผนยุทธศาสตร์ให้สอดคล้องกับแผนพัฒนากรอบทิศทางการพัฒนางานสุขภาพจิตและแผนยุทธศาสตร์กรมสุขภาพจิต ในช่วงของแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 12  (พ.ศ.2560-2564) ดังต่อไปนี้

วิสัยทัศน์ ๒๕๖๑(vision)  :
          “สถาบันราชานุกูลเป็นองค์กรหลักด้านพัฒนาสติปัญญาในระดับอาเซียน ”

พันธกิจ ๒๕๖๑ (mission) :

1. พัฒนาเป็นศูนย์กลางความเชี่ยวชาญด้านภาวะบกพร่องสติปัญญาในระดับอาเซียน            
2. บริการด้านสุขภาพจิตและจิตเวชเด็กและวัยรุ่นแบบองค์รวมในระดับตติยภูมิขั้นสูง              
3. พัฒนาสถานบริการสุขภาพจิต ในการส่งเสริม ป้องกัน ปัญหาสุขภาพจิต กลุ่มเด็กปฐมวัย วัยเรียน ผู้พิการทางสติปัญญาการเรียนรู้ และออทิสติก

ประเด็นยุทธศาสตร์ ๒๕๖๑ (strategic issue) :

1. พัฒนาศักยภาพสถาบันราชานุกูลให้มีความเชี่ยวชาญด้านภาวะบกพร่องทางสติปัญญาเป็นที่ยอมรับในระดับอาเซียน
2. พัฒนาเป็นศูนย์ความเชี่ยวชาญระดับสูงด้านบริการสุขภาพจิตและจิตเวชเด็กและวัยรุ่น
3. พัฒนาความเข้มแข็งสถานบริการสุขภาพจิต ในการส่งเสริม ป้องกันปัญหาสุขภาพจิต 
4. พัฒนาคุณภาพระบบบริหารจัดการให้มีประสิทธิภาพและมีธรรมาภิบาล

ค่านิยม (core value) :
          “มุ่งพัฒนาคุณภาพบริการ ทำงานเป็นทีม ยึดหลักคุณธรรม นำองค์กรสู่ความเป็นเลิศ (TRUST)”


 

2.50K
Page Views
Share











ข่าวจัดซื้อจัดจ้าง

porn hd sex porn tube pornhotbabe.com
Free Porn Movies Xxx Porn Watch Porn Porn Movies Xnxx Porn Videos
Latina Milf Wants Rough Sex Lil Lupe Invites a Girlfriend Schlamm Ficken Free Porn Movies Watchporn Movies